top of page

7 ความเชื่อผิดๆ ในการเสริมจมูก

อัปเดตเมื่อ 7 ธ.ค. 2565

ในฐานะหมอคนนึงที่ทำศัลยกรรมหลักๆ คือการเสริมจมูก ผมมักจะพบว่าคนไข้ที่มาปรึกษาหลายๆท่าน มาพร้อมกับความเชื่อบางอย่างที่ไม่ทราบว่าได้มาจากความรู้สึกนึกคิดของตนเองหรือ หลงเชื่อมาจากโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ วันนี้ผมอยากจะขอรวบรวมความเชื่อเหล่านั้น ที่ผมประสบพบเจออยู่ทุกวันๆ มาซัก 7 ข้อ (ยาวหน่อยนะครับ บทความนี้ เหมือนอัดอั้น 555)



1. เนื้อน้อย

เนื้อน้อยก็เสริมไปก่อน ให้เนื้อมันยืด เดี๋ยวอีก 3 ปี 5 ปี แก้ใหม่จะได้โด่งกว่าเดิม

ผมนี่ค้านความเชื่อแบบนี้มาตลอด มันก็อาจจะจริงที่ผิวหนังอาจจะถูกยืดมากขึ้นจากการที่เสริมในครั้งแรก สังเกตได้จากเวลาถอดซิลิโคนออกมา ปลายจมูกบุ๋มลงไปเลย นั่นแปลว่าผิวหนังบริเวณดังกล่าวถูกยืด แต่!!! มันก็แปลว่าผิวหนังมันถูกยืดจนปลายบางลงนั่นเอง แล้วเวลาผิวหนังมันบางลง มันจะไม่กลับมาเเข็งแรงเหมือนเดิมแล้วนะครับ ไม่ว่าเราจะรองปลายด้วยอะไรก็ตาม บางแล้วบางเลย อีกประเด็นคืออย่าลืมว่าการที่ทำจมูก หรือ ศัลยกรรมใด มันจะเกิดพังผืดเกิดขึ้นอยู่แล้ว พังผืดเหล่านี้มันไม่ได้ยืดหยุ่นได้ดีเท่า ผิวหนังปกติของเรานะครับ เพราะฉะนั้น จมูกจะไม่ได้ยืดมากกว่าเดิมหรอกครับ


มันจะไม่ดีกว่ากันหรือครับที่เราจะยืดโดยการเลาะโพรงที่กว้างออกด้านข้างหน่อย เลาะกล้ามเนื้อเล็กๆ ด้านข้างออกบางส่วน เพื่อให้ผิวยืดออกได้ เหมือนโกยเนื้อจากด้านข้างของจมูกมาที่ปลายมากขึ้น (เรื่องนี้ได้อธิบายอย่างละเอียดในบทความการทำโพรงในการเสริมจมูก) บวกกับการยืดกระดูกอ่อนปลายจมูก เพื่อลดความตึงของปลายจมูก (อยากทราบว่าทำอย่างไรอ่านต่อในเรื่องอินเตอร์โดม) ทำให้มันดีตั้งแต่ครั้งแรกเลยดีกว่าครับผมยืนยัน อย่าแก้หลายๆรอบเลย!!!!


2. หลังหู 20 ชั้น

แค่ฟังผมก็ปวดหัวแล้วครับ 555 ผมจะขอพูดสั้นๆแบบนี้ครับ อ่านพร้อมๆกับดูภาพประกอบตามไปเลยครับ


ช่องว่างระหว่างผิวหนังกับกระดูกอ่อนปลายจมูกมีนิดเดียวเองคับ เราใส่กระดูกอ่อนหลังหูลงไปหลายๆชั้น หรือ ใส่ซิลิโคนที่หัวใหญ่ๆมากๆ ผลที่ได้ก็ทางเดียวกันคับ ทะลุคับ!! ปลายบาง แก้ไขยากอีก เพราะฉะนั้นจบง่ายเลยครับเรื่องนี้ หลังหูยาว 8 เมตร


แต่อย่างไรก็ดีผมไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรใช้นะครับ สำหรับผมโดยส่วนตัวผมใช้เกือบทุกเคส แต่ใช้อย่างเต็มที่ก็ 2 ชั้นครับ


สำหรับใครที่อยากทราบว่า กระดูกอ่อนหลังหูเอามาใช้ในการทำจมูกได้อย่างไร ผมได้เล่าให้ฟังแล้วในบทความนี้


3. เอะอะ ก็ตัดปีก

จริงๆ ปัญหาบางทีไม่ได้อยู่ที่ปีกอย่างเดียว บางคนตัดปีกจนรูจมูกตีบเล็กมากๆ จมูกยังดูไม่เล็กเลย ผมมักพูดเสมอว่า ตัดปีกเป็นหัตถการที่เป็น point of no return ตัดหายไปแล้ว หายไปเลยนะครับ เพราะฉะนั้น คิดดีๆคับ และอีกประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กันครับ บางคนมีปัญหาที่ปีกจมูกจริงๆครับ แต่เกิดจากการประเมินที่ผิด มองว่าปีกจมูกห้อย คือปีกจมูกบาน ตัดเท่าไหร่ปีกก็ดูหนาๆตันๆทุกที จริงๆการแก้ปีกจมูกห้อย สามารถตัดแผลด้านในได้ ไม่มีแผลด้านนอก ไม่ต้องห่วงเรื่องแผลเป็นอีก


เรื่องผมมีคอนเท้นอยู่ในเรื่องควรรู้!!! ก่อนตัดปีกจมูก เข้าไปอ่านเต็มๆได้เลย


4. อยากหวานๆเหมือนผญ

ผมเป็นคนนึงที่ทำจมูกสาวประเภทสองมาเยอะมากๆ ปัญหาของสาวสองมี 2 อย่างหลักๆ ครับ hump สูง กับกระดูกบริเวณคิ้วค่อนข้างสูง คือถ้าสังเกตผญที่จมูกสวยๆหวาน บริเวณสันไม่ได้โด่งเลย แต่จะทำโดยเน้นที่ปลายจมูก หรือ สโลปปลายพุ่งนั่นเอง เพราะฉะนั้นถ้า hump สูง ต้องตอกฐานอย่างเดียว แล้วถ้ากระดูกบริเวณคิ้วสูงหล่ะ ถ้าเสริมให้ดั้งรับกับกระดูกหัวคิ้ว ก็จะดูสูงและดูแมนไปอีก ก็จะต้องเสริมหน้าผากให้สูงขึ้นไปอีก ก็จะดูเป็นหน้าศัลยกรรมเกินไป ไม่ธรรมชาติไปอีก ถ้าทำดั้งต่ำ ก็ดูดั้งหักๆอีก เพราะฉะนั้นยากครับบอกเลย ถ้าหากกระดูกคิ้วสูง แล้วอยากให้ทำออกมาแล้วดูหน้าหวานๆ


ทรงจมูก ทรงไหนสวยรับกับใบหน้า อ่านต่อได้ในลิ้งนี้เลย


5. แพ้เนื้อเยื่อเทียม แพ้หลังหู

อาการคือปลายแดง ใสๆ ผมคนนึงเลยที่เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีจริงครับ อาการดังกล่าวที่เกิดขึ้นเกิดจากมันตึงล้วนๆเลยครับ ไม่ว่าเราจะใช้วัสดุอะไร ถ้าตึงเกินไป อาการแบบนี้เกิดขึ้นได้หมดเลยครับ แต่อย่างไรก็ดีครับถ้าปลายแดงๆเรื่อๆ ช่วง 1 เดือนแรกหลังทำ ไม่มีอาการปวด บวม ร่วมด้วย และแดงน้อยลงเรื่อยหลังจากทำ อาจจะไม่ต้องกังวลมากครับ เกิดขึ้นได้เป็นปกติ

6. โด่งๆ เลยหมอ จมูกจะได้เล็กๆ เรียวๆ

ผมนี่เถียงเลย ผมเถียงเรื่องนี้อยู่ทุกวันเลยครับ 555 คืออย่างนี้ครับ ถ้าจมูกคุณใหญ่ เนื้อหนาๆ หรือเป็นแผลเป็นจากสิวบ่อยที่จมูก แล้วคุณคิดว่าทำโด่งให้เนื้อยืดจะได้ดูเรียวขึ้น ผมว่าคุณคิดผิด ผมเปรียบเทียบแบบนี้ คุณคิดว่าคนอ้วน แต่ไม่สูง กับ คนอ้วนด้วยแล้วสูงด้วย คุณคิดว่าใครดูตัวใหญ่กว่ากัน คนตอบไม่ยากนะครับ คือแบบนี้ครับคือถ้าผิวหนังคุณหนา มีแผลเป็นจากสิวอีก ผมอยากให้คุณจัดการกับความคาดหวังคุณใหม่ ผมพูดตรงๆแบบไม่โลกสวยเลยว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะได้จมูกเรียวสวยแบบในโฆษณาในเฟสบุ๊ค แต่คุณก็สามารถสวยหล่อในแบบของคุณได้หนิครับ


ฟังดูอาจจะสิ้นหวังแต่ถ้าปัญหาของคุณไม่ได้อยู่ที่เนื้อหนา หรือ แผลเป็นจากสิว แต่จมูกดูใหญ่ ส่วนใหญ่นั่นก็เพราะกระดูกอ่อนปลายจมูกของคุณนั่นใหญ่และแบะออกจากกัน ไม่ได้สัดส่วน หรือเรียกง่ายๆว่าจมูกชมพู่ จมูกชมพู่ควรทำจมูกอย่างไร >> จมูกชมพู่กับการทำจมูก มีคำตอบให้คุณแล้ว


7. เคลมได้ก็เคลมสิ

หลายคลินิกก็มีรับประกัน 6เดือนบ้าง ปีนึงบ้าง ถ้าไม่ได้อย่างที่เราคุยกันไว้ก็เคลมสิใช่มั้ย


ก็ใช่คับ แต่อย่างน้อยๆ 3 เดือนเป็นต้นไปครับถึงจะทำการผ่าตัดอีกครั้งได้ คือพูดแบบวิชาการหน่อยก็คือ แผลยังไม่สมานเต็มที่เลย สมมติ 1 เดือนจะแก้แล้ว เร็วเกินไปครับ เราควรรอให้แผลหายดีซะก่อน พูดง่ายๆ เหมือนคุณเป็นแผลรถล้มมา แผลคุณใกล้จะหายแล้ว คุณเกิดรถล้มอีกรอบที่แผลเดิม ก็เป็นแผลเป็นสิครับ


ผมมีสูตรจำง่ายๆแบบนี้ครับ ปกติแผลจะค่อยๆสมานเมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือนจะสมานประมาณ 50% , 6 เดือน ประมาณ 80% และจะหาย 100% ในเวลา 1 ปี นั่นแปลว่า ผลของการผ่าตัดทำจมูกครั้งใดครั้งนึง เราต้องวัดกันจริงที่ 1 ปี หรือพูดง่ายๆก็คือ 1 ปี จะรัดแกนเต็มที่ แต่โดยทั่วไปซักประมาณเดือนที่ 3 หลังทำเราจะเริ่มเห็นทรงที่เข้ารูปเข้ารอยมากขึ้นแล้ว ช่วง 3-12 เดือนความเปลี่ยนแปลงอาจจะไม่มากเท่าไหร่ ความแข็งแรงของแผลด้านในก็ประมาณ เกือบๆ 80% ส่วนตัวผมจึงเห็นว่า 3 เดือนจึงเป็นขึ้นต่ำที่จะสามารถแก้ใหม่ได้


อีกเรื่องหลังการผ่าตัดจะเกิด post operation depression ได้อยู่แล้ว คือมีอาการนอยหลังจากการผ่าตัด คุณจะสังเกตุจมูกคุณมากขึ้น จะกังวลกับผลการผ่าตัด เป็นเรื่องปกติครับ เพราะฉะนั้น ใจเย็นๆครับ ผมเชื่อว่าคุณหมอทุกคนทำเต็มที่แล้ว แรกๆหลังผ่าตัดอาจจะไม่ได้ดังใจแต่รออีกซักนิดครับให้ยุบบวมเต็มที่ ผมเชื่อครับว่าผลมันจะไม่ได้แย่เหมือนช่วงแรกๆหรอกครับ


สรุป

ปัญหาเหล่านี้ผมเจออยู่ทุกวัน ในการเสริมจมูกครับ ความเข้าใจในเรื่องต่างๆก่อนการทำจมูกมีความจำเป็นอย่างมาก ทำให้ไม่เจอปัญหาหลายๆอย่างตามมา ถ้าเราเข้าใจถึงความเป็นไปได้ต่างๆเหล่านี้แล้ว ปัญหาการผิดใจกันระหว่างคนไข้กับหมอ ก็จะน้อยลงเยอะครับ


อย่าลืมรับชมภาพเคสรีวิวได้ดีที่ >>> รวมภาพรีวิวเคสปกป้องคลินิก

ดู 28,408 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
bottom of page